Life

“จักรณรงค์ ภักตรามุกข์” ความรู้หลากสีสัน กับความจริงของประวัติศาสตร์

0
  • – หากจะกล่าวถึงความหมายของประวัติศาสตร์ด้วยถ้อยคำที่รวบรัด คงเป็นเรื่องยาก เพราะประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่กินพื้นที่นัยการอธิบายอย่างกว้างขาง ทั้งในแง่ของปัจเจกหรือสังคม ในแง่ของชนชาติหรือชุมชน รวมไปถึงผู้คนและวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกัน — 

วันนี้ We tsu พาท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักกับ นายจักรณรงค์ ภักตรามุกข์  หรือปอนด์ ศิษย์เก่าสาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ รหัสนิสิต 56 กันครับ  ปัจจุบัน ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่จัดการความรู้ ณ มิวเซียมจังหวัดภูเก็ต เขาเป็นศิษย์เก่าสาขาประวัติศาสตร์ที่จบออกไป และได้ทำงานตรงกับสายที่ตนร่ำเรียนมา ซึ่งเป็นงานที่เขาใฝ่ฝันและหลงใหล วันนี้เราจึงพาผู้อ่านทุกท่านมาทำความรู้จักศิษย์คนนี้ ในแง่มุมเส้นทางประวัติศาสตร์ที่เขาเดินทางผ่านมา และประวัติศาสตร์ที่เดินทางอยู่ภายในตัวตนของชายผู้น่ารัก มาดอบอุ่นที่ชื่อปังปอนด์กันครับ

 

  • ประวัติศาสตร์สีขาวกับการเดินทางของวัยเยาว์

         ปอนด์เริ่มเล่าถึงชีวิตวัยเยาว์ให้เราฟังด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ถึงจุดเริ่มต้นของความสนใจทางประวัติศาสตร์ว่ามันเริ่มมาจากเรื่องเล่ามุขปาฐะของคุณปู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพระเจ้าศึกชาติ นิทานชาดก รวมไปถึงที่มาของภูมินามต่างๆ ในเขตอำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา เมื่อโตพอที่จะอ่านออกเขียนได้ เขาก็พาตัวเองเดินทางเข้าสู่โลกของการอ่าน คลังความรู้ของเขาเริ่มต้นที่ห้องสมุดเล็กๆ ณ โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย ปอนด์เล่าให้เราฟังถึงการเป็นแฟนพันธุ์แท้หนังสือกระยานิยาย และเทวนิยายของ ส.พลายน้อย ตั้งแต่เขายังเป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆ เมื่อระดับการศึกษาขยับสู่ระดับชั้นประถมปลาย โชคชะตานำพาให้เขามารู้จักคู่หูคู่บุญอย่างวสันต์ วสันต์เป็นหนอนหนังสือตัวยง เขาคลั่งไคล้ศึกษาเรื่องราวทางสังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านเช่นหนังตะลุง มโนราห์

หลังจากนั้นเองที่คู่หูทั้งสองได้จับมือกอดคอ นำพาตัวเองไปยังโลกของการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งแตกต่างจากรายละเอียดชีวิตของเด็กคนอื่นๆ ในรุ่นราวคราวเดียวกัน ขณะที่เด็กคนอื่นเล่นเกม เป็นเวลาเดียวกันกับที่ปอนด์กำลังเดินชมพิพิธภัณฑ์ ขณะที่เด็กคนอื่นกำลังสนุกสนานกับการเล่นฟุตบอล อาจเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เขากำลังขลุกตัวเองอยู่ในหอสมุด ตามไปดูประเพณีลากพระ และพาตัวเองไปวนเวียนอยู่ในวัดพระธาตุได้อย่างไม่รู้เบื่อ เขาใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นด้วยความซึมซ่านในเรื่องราวของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอยู่หลายปี ศึกษาและเรียนรู้ในศาสตร์เกือบทุกแขนงที่เป็นเรื่องราวพื้นบ้าน มันจึงทำให้เขาเล่นหนังตะลุงได้ ทำตัวรูปหนังตะลุงเป็นทุกกระบวนการ ร้องเพลงบอกได้อย่างช่ำชองจนสามารถไปแข่งชิงถ้วยพระราชทาน เป็นทีมตีกลองยาวประจำโรงเรียน จนเมื่อศึกษาจบชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช และเมื่อปอนด์ก้าวย่างสู่รั้วมหาวิทยาลัยทักษิณ จุดนี้เองทำให้โลกความคิดทางประวัติศาสตร์ของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

  • เข็มทิศชีวิตที่เปลี่ยนกับการคลี่คลายประวัติศาสตร์สีเทา

สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นที่เดียวที่เขาตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ  สาขาประวัติศาสตร์ที่นี่เปิดโลกทัศน์ทางความคิด พลิกผันจุดยืนและมุมมองที่มีต่อประวัติศาสตร์ของเขาไปตลอดกาล จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้เขายกคุณูปการให้กับรายวิชา”ประวัติศาสตร์การวิพากษ์” และ “กลุ่มอ่านหนังสือวันพุธ” ที่นำกิจกรรมโดยอาจารย์จันทนา ไชยนาเคน และ ผศ.อภิเชษฐ์ กาญจนดิษย์ ซึ่งเป็นการใช้เวลาว่างในช่วงบ่ายวันพุธมาทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการอ่านบทความ แล้วนำประเด็นที่ได้รับมาถกเถียงกันในวงเสวนา อิทธิพลของสองสิ่งนี้เองที่ทำให้เขาถึงกับเอ่ยว่า

“แรกๆ ที่เข้าไปมันทำให้ผมมองว่าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่โหดร้าย จากข้อมูลหลักฐานความจริงหลายชุดที่วิพากษ์ประวัติศาสตร์ชุดเดิมๆ ที่เราเคยรับรู้มาตั้งแต่ตอนเรียนประถม-มัธยม มันทำให้เราเริ่มเคลือบแคลง สงสัย เริ่มมองบุคคลทางประวัติศาสตร์ในแง่ลบ จากโลกประวัติศาสตร์ที่เคยสีขาวบริสุทธิ์กลายเป็นโลกที่เต็มไปด้วยสีดำ”

หลังจากนั้นเขาจึงใช้ส่วนใหญ่ไปกับการอ่านและค้นคว้าความจริงทางประวัติศาสตร์อย่างหนักหน่วง จนทำให้พบข้อมูลและคำตอบว่าความจริงแท้เพียงหนึ่งเดียวทางประวัติศาสตร์ไม่มีอยู่จริง เพราะบริบทและหลักฐานทางประวัติศาสตร์นั้นมีหลายชุดขึ้นอยู่กับว่าความจริงเหล่านั้นกำลังรับใช้ใครต่างหาก จากรายวิชาดังกล่าวและกลุ่มอ่านหนังสือวันพุธ ทำให้เขาเริ่มอ่านงานของนักวิชาการคนสำคัญๆ ของประเทศหลายคน เช่น ธงชัย วินิจกุล ,สมศักดิ์ เจียมสกุล ,นิธิ เอียวศรีวงศ์ เป็นต้น ทำให้เขาตกผลึกได้ว่าประวัติศาสตร์ไม่ใช่ทั้งสีขาว และสีดำ แต่ประวัติศาสตร์นั้นเป็นเรื่องสีเทา

  • การงานที่รักกับประวัติศาสตร์สีสันคัลเลอร์ฟูล

แรงบันดาลใจจากการเข้ารับการฝึกงาน ณ สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ ขณะกำลังศึกษาในชั้นปีที่ 3 ทำให้รูปร่างของความฝันของเขาชัดเจนว่า เขาต้องการทำงานด้านพิพิธภัณฑ์ เมื่อสำเร็จการศึกษาเขาจึงมุ่งมั่นตั้งหน้าสมัครงานที่เกี่ยวข้องกับด้านพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด และผลจากการทำงาน การทำกิจกรรมที่ผ่านมาทั้งหมดทำให้เขาได้รับการพิจารณาเข้าทำงาน ณ มิวเซียมจังหวัดภูเก็ต


ปังปอนด์พาตัวเองมายังเมืองที่เขานิยามว่า “เมืองประหลาด ผู้คนประหลาด อาหารประหลาด” เพราะทุกสิ่งที่รายล้อมตัวเขาอยู่ในชีวิตประวันล้วนเป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นชิน เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นดินแดนแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยมีวัฒนธรรมจีนเป็นกระแสหลัก หน้าที่การงานที่ต้องทำในฐานะผู้นำชมของมิวเซียม ทำให้เขาต้องสนใจใคร่รู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ตึกรามบ้านช่อง พาตัวเองเดินทางเข้าร่วมประเพณีสำคัญๆของทุกอ๊ามหรือศาลเจ้า รวมไปถึงการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้คนที่อยู่ในย่านนั้น เขาให้คำนิยามกับสิ่งเหล่านี้ว่า “ประวัติศาสตร์ที่ล้อมรอบตัวเรา” อยู่ในชีวิตประจำวัน นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่เขากล่าวกับเราว่า “ประวัติศาสตร์ในตัวเรามีความหลากหลายสีสันมากขึ้น” เมื่อถามว่างานพิพิธภัณฑ์กำลังทำหน้าที่อะไรกับสังคมในปัจจุบัน เขาตอบโดยไม่ลังเลว่า

            “งานด้านพิพิธภัณฑ์คือ การแปลงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ประเพณีมานำเสนอในรูปแบบที่รวบรัด ทำให้คนสามารถเข้าใจได้ และมันจะนำไปสู่ความเข้าใจของคน เป็นการท่องเที่ยวที่มีความลึกซึ้ง เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม มุมมองเช่นนี้มีความสำคัญและจะนำไปสู่การแก้ปัญหาในหลายๆ อย่าง อย่างน้อยมันจะทำให้เราแก้ปัญหาเรื่องความขัดแย้งที่มีสาเหตุมาจากความไม่เข้าใจกัน เกิดการรับฟังกันมากขึ้น”

 “ประวัติศาสตร์คือการเรียนรู้เรื่องความหลากหลายครับ”

ศูนย์เทคโนโลยียางเพื่อชุมชน ม.ทักษิณ กับนวัตกรรมเพิ่มมูลค่ายางพารา

Previous article

ทำไมถึงต้องเรียนที่มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา วิทยาเขตพัทลุง

Next article

Comments

Comments are closed.

Login/Sign up