NewsScience

ม.ทักษิณ ออกแบบหลักสูตรคูปองครู : สร้างการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากภาพ Street Art ถนนนครใน จังหวัดสงขลา

0

 

ก้าวออกมาจากห้องเรียน..สู่..หลักสูตรการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากภาพ Street Art

การให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ที่สามารถก้าวข้ามสาขาวิชา การก้าวข้ามห้องเรียนสี่เหลี่ยม  ไปสู่การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในชุมชนจึงได้รับการออกแบบจากแรงบันดาลใจของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นินนาท์ จันทร์สูรย์อาจารย์ประจำ หลักสูตร ปริญญาโท วิทยาศาสตรศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ  และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จินตนากสินันท์ อาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาเอก  สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา  คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยใช้ชื่อว่า “การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จาก Street Art สงขลา”เพื่อใช้อบรมสำหรับครูวิทยาศาสตร์ที่สนใจการสอนวิทยาศาสตร์นอกกรอบ

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ เพื่อให้ครูมีเข้าใจในเนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างลุ่มลึก และครูสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จาก Street Art สงขลา โดยสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยการเรียนรู้ที่ว่านี้สามารถสร้างชุมชนการเรียนรู้เชิงวิชาชีพระหว่างครูและอาจารย์มหาวิทยาลัยในการร่วมกันด้วย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นินนาท์ จันทร์สูรย์ เปิดเผยว่า โครงการนี้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการบริการวิชาการผ่าน “โครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร” โดยมีการวางแผนร่วมมือกันกับทีมทำงานทำให้หลักสูตรมีเนื้อหาน่าสนใจมีความเฉพาะตัว โดยการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับความรู้ทางศิลปะ ความรู้ประวัติศาสตร์ และสังคมศาสตร์ โดยการคิดนอกกรอบทั้งเนื้อหาการอบรมและการบริหารจัดการโครงการ

โครงการนี้จัดขึ้นเพียง 5 รุ่น รับสมัครรุ่นละ 30 เท่านั้น เพราะโครงการให้ความสำคัญกับการสร้างการอบรมเชิงคุณภาพ และทันที่ประชาสัมพันธ์โครงการ ก็พบว่าทั้ง 5 รุ่น มีผู้สมัครเต็มทุกรุ่นทั้งนี้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จาก Street Art สงขลา”จึงเป็นโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจรที่ต้องการยกระดับการจัดการเรียนการสอนทางวิทยาศาสตร์ให้ครูประจำการ ได้พัฒนาทักษะการออกแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่นักเรียนสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเน้นเรียนวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

 

ผลจากการจัดโครงการพบว่า คุณครูที่สอนวิชาวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนระดับมัธยมมีโอกาสบูรณาการความรู้จากแบบเรียนวิทยาศาสตร์มาเชื่อมโยงกับแหล่งเรียนรู้ ภาพ สตรีทอาร์ต บน ถนนนางงาม ถนนนครใน และถนนนครนอก ซึ่งมีภาพสะท้อนวิธีชีวิตคนสงขลาในอดีตจำนวน 15 ภาพ โดยคุณครูได้ออกแบบการเรียนรู้หลังจากได้เดินออกไปศึกษาภาพสตรีทอาร์ตที่ตนเองสนใจ มาเชื่อมโยงกับการออกแบบจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยในการหาคำตอบและถ่ายทอดความรู้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21 และมีความสนุกในเรียนวิชาวิทยาศาสตร์มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของการพัฒนาประเทศที่ต้องการสร้างการพัฒนาประเทศด้วยการสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่เพิ่มขึ้น

 

 

ภาพสตรีทอาร์ตปลุกเมืองสงขลา

ปีพ.ศ. 2558 ย่านเมืองเก่า จังหวัดสงขลาได้รับการกล่าวถึงในสื่อสารมวลชนทุกแขนง เมื่อมีศิลปินภาพสตรีทอาร์ตได้ร่วมกับเทศบาลนครสงขลาและการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา ได้วาดรูปด้วยสีน้ำ เพื่อจำลองบรรยากาศร้านน้ำชาชื่อ “ฟุเจา”ซึ่งตั้งอยู่ที่ผนังอาคารเก่าคลาสสิกสไตล์ชิโนโปรตุกีสซึ่งสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2462 ในองค์ประกอบของภาพมีชาย 3 คน ซึ่งเป็นผู้สูงวัยกำลังนั่งกินน้ำชา และพูดคุยกันอย่างมีความสุข และนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ รวมทั้งมีนาฬิกาไม้แบบเก่า และของประกอบที่วางขายในร้านก็เป็นสินค้าดั้งเดิมในอดีต เพื่อบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเมืองสงขลา

— ภาพจำลองบรรยากาศร้านน้ำชาชื่อ “ฟุเจา”

 

กล่าวกันว่าภาพจำลองบรรยากาศร้านน้ำชาชื่อ “ฟุเจา”ได้ปลุกให้เมืองสงขลาตื่นตัวเรื่องการท่องเที่ยวและการหวนกลับมาสนใจรากเหง้าของตนเองอีกครั้ง และนำมาสู่การขยายตัวของภาพสตรีทอาร์ตเกิดขึ้นกว่า 20ภาพ พร้อมๆ กับการเข้ามาของนักเที่ยวในเขตพื้นที่ย่านเมืองเก่าสงขลา ซึ่งแต่เดิมเป็นเพียงที่อยู่อาศัย และร้านค้าของเจ้าของเดิมในพื้นที่ ขณะที่หลายอาคารก็ถูกทิ้งให้ร้าง

นอกจากมูลค่าทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจแล้ว ภาพสตรีทอาร์ต ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ของระบบการศึกษาที่สำคัญ ทั้งเนื้อหาที่เป็นเนื้อหาการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปะ รวมทั้งวิทยาศาสตร์ ที่สามารถประยุกต์การเรียนรู้ในระบบโรงเรียนบูรณาการเข้ากับประสบการณ์ในชีวิตจริง ซึ่งเป็นเจตนารมณ์สำคัญของการปฏิรูประบบการศึกษา และสร้างทักษะให้เยาวชนไทยมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ต้องมีทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม คิดสร้างสรรค์ แก้ปัญหาเป็น มีทักษะสารสนเทศ รู้เท่าทันสื่อ ฉลาดสื่อสาร มีทักษะชีวิตและอาชีพ มีความยืดหยุ่น รู้จักปรับตัว เรียนรู้วัฒนธรรม ซึ่งทักษะการเรียนรู้ลักษณะเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้มีเงื่อนไขที่สำคัญ คือ การสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ ที่เน้นการสอนเชื่อมห้องเรียนเข้ากับสังคมและชุมชน และสามารถให้นักเรียนร่วมคิด ร่วมออกแบบ ร่วมสร้างความรู้มากขึ้น

 

 

 

 

 

เตรียมเปิดสอนเทคโนโลยีเครื่องสำอางและอาหารเสริม

Previous article

เครื่องวัดปริมาณน้ำฝน ด้วยการวัดค่าความจุไฟฟ้า ได้รับการจดอนุสิทธิบัตร

Next article

Comments

Comments are closed.

Login/Sign up